คนปากมากยองยองเคี้ยวก๋วยเตี๋ยวปากหม้ออรษา ฉะเชิงเทรา กินข้าวเกรียบปากหม้อไส้ไช้โป๊วสับมาตั้งแต่เด็ก โตขึ้นหน่อยก็ได้กินแบบที่เป็นไส้อื่น ๆ ราดน้ำจิ้มซีอิ๊วสีดำ มาเมื่อ 5-6 ปีก่อน ได้ไปกินก๋วยเตี๋ยวปากหม้อที่พนมสารคาม เที่ยวนี้ไปไหว้พระที่วัดสมานรัตนาราม ฉะเชิงเทรา เจอก๋วยเตี๋ยวปากหม้ออรษา นั่งโต๊ะเก้าอี้เตี้ยกินตามต้นตำรับล้อมรอบคนทำตัวแป้งปากหม้อ ต้องรอคนทำตัวแป้งตักใส่ชามให้ทีละตัวสองตัวเวียนกันไป ช่วงโยกย้ายนี้คงไม่มีใครว่างแซะแป้งปากหม้อ ต้องเอาเวลาไปแซะเก้าอี้กันก่อน
หลายความเป็นที่สุดที่วัดสมานฯ ฉะเชิงเทรา หนีร้อนไปพึ่งเย็นใต้องค์พระพิฆเนศ วัดสมานรัตนาราม อยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ที่ฉะเชิงเทรา มีพระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ไปไหว้ขอพรกันได้มากมาย แล้วยังมีความเป็นที่สุดอย่าง พระพิฆเนศใหญ่ที่สุดในโลก เจ้าแม่กวนอิม และพระราหูใหญ่สุดในไทย เดินไหว้กันให้ครบหมดทั้งวัด อาจจะถึงกับศรัทธาอ่อนแรงต้องหย่อนก้นลงนั่ง แต่ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นจนได้หนีร้อนไปพึ่งเย็นใต้ฐานพระพิฆเนศองค์ใหญ่ ถึงกับขนลุกเมื่อไปนั่งอยูใต้แท่นวางปางพระพิฆเนศเสวยสุข
อัศจรรย์คิดตั้งใจจะไปไหว้พระที่วัดสมานฯ ฉะเชิงเทรา แค่เข้าไปถึงวัดก็อิ่มเอม ตั้งใจไปไหว้พระที่วัดสมานรัตนาราม ฉะเชิงเทรา ไปถึงวัดแวะเดินตลาดบกไปจนถึงตลาดน้ำริมแม่น้ำบางปะกง ลงไปนั่งแพกินปลาหมึกไข่ย่าง และกุ้งก้ามกรามเผาที่ต้องกินหัวเพื่อให้ความมันครบเครื่อง คิดถึงเพื่อนคนที่รักมากชอบกินกุ้งและหนวดปลาหมึก แต่เดี๋ยวนี้ไม่รู้เป็นอะไรไม่ยอมไปกินด้วยกัน ขนาดยังไม่ได้ไหว้อะไรก็อิ่มเอมทั้งกายและใจเหมือนจะอิ่มเกิน ทุกข์นี้ไปไหว้ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยก็ไม่หาย ทางที่ช่วยได้ก็คือแดนสุขาวดีนั่นแล
ห่วงคนหิวที่สิชล ฝากฟ้าส่งใจบอกให้ไปโก้โตน เพิ่งจะไปสิชลมา อาทิตย์นี้เพื่อนรักสวนทางลงไปบ้าง คนเคยเห็นหน้าคุยกันแทบทุกวัน หายไปก็แอบคิดถึงและห่วงหา ฝากท้องฟ้ามืดครึ้มที่กรุงเทพฯ ไปถึงเพื่อนที่กำลังสดใสอยู่กับท้องฟ้าและใครบางคน ว่าเหนื่อยก็พัก หิวก็กิน แนะนำร้านกินชื่อ โก้โตน ที่เพื่อนน่าจะชอบ ทั้งผักเหลียงผัดไข่ ผัดคะน้าปลาเค็ม ปลาทรายทอดขมิ้น คั่วกลิ้งหมูสับ ผัดเผ็ดกบยอดมะพร้าว ส่วนขาหมูพะโล้ เพื่อนจะสั่งแค่ข้าวเปล่าก็ได้ ถ้าคนข้าง ๆ พกเอาพะโล้ไป ส่วนเพื่อนก็คงเอาขาหมูติดตัวไปตั้งสองขา
ณ ริมฝั่งเจ้าพระยา หาเรื่องกินแบบอินเลิฟ ทำตัวไม่ให้เสียชื่อสมาชิกถาวรสถาบันเสริมความอ้วน ที่สอนให้กินง่าย อยู่ง่าย ไม่เรื่องมาก กินได้ทุกอย่าง พวกสถาบันลดความอ้วนทั้งหลายไม่มีวันจะได้กินเงินพวกเรา เลาะเข้าท่าน้ำเทเวศร์ไปร้านช้อนเงินเก่า ที่เดี๋ยวนี้เป็นร้านอินเลิฟไปแล้ว ขึ้นนั่งกลางแจ้งมองน้ำบ้าง มองฟ้าบ้าง กินทั้งลม กินทั้งบรรยากาศ ก่อนที่จะกินข้าวปลาอาหาร ของกินที่ร้านนี้ดูจะถูกกว่าเครื่องดื่ม ปลาเก๋าขายอยู่ตัวละ 280 บาท กินนอกบ้านบ่อย ๆ ซื้อเสื้อขนาด XXL มาใส่ แปลกใจทำไมรัดติ้วเหมือนเป็นไซส์ S ไปได้
อ้วนนี้เพื่อเธอ..อัญญา Anya’s Place ทุกวันนี้ที่มีชีวิตอยู่ก็เพื่อเธอ แต่คนเราก็ต้องกินเพื่ออยู่ เพราะฉะนั้นที่อ้วนเนี่ยก็เพื่อเธอนะ..รู้ไว้ ว่าแล้ววันนี้ก็ไปแถว ๆ ศาลายา แวะหาอัญญา ริมคลองทวีวัฒนา ร้านสวย ๆ สีชมพู ที่มีอาหารและเครื่องดื่มให้เลือกกินหลายสัญชาติ แต่บนโต๊ะยังเสิร์ฟพริกน้ำปลามะนาว ไอติมซอร์เบท์ของ Amaltery นั่งชิวชิวละเลงลิ้นรื่นอารมณ์ไปกับ หอยแมลงภู่ชิลี ซี่โครงบาร์บีคิว สปาหอยลาย แกงกะหรี่เนื้อตุ๋น หมูตุ๋นผัดกระเพรา ผัดเต้าหู้ไข่พริกเกลือกระเทียม ร้อนระอุกับชอคโกแลตลาวาเค้ก
คนคอสูงไปกินข้าวที่ครัวดอกไม้ขาว ผ่านไปกินข้าวแถวถนนบำรุงเมือง ตรงข้ามโรงพยาบาลหัวเฉียว เห็นเป็นตึกแถวนึกว่าร้านจะเชย เข้าไปแล้วไม่ตกยุคนั่งสบาย ๆ ขายกาแฟกับเค้กซื้อกลับไปกินได้ แต่นั่งร้านสั่งน้ำมากลั้วคอแบบทรอปิก ก่อนละเลียดหอยลายอบเนยกระเทียม ปลากะพงทอดน้ำปลา ปลาดุกฟูผัดพริกขิงไข่เค็ม ก๋วยเตี๋ยวผัดซอสกุ้งแม่น้ำ และปีกไก่ทอด ล้างปากด้วยเค้ก ชีสเค้ก และเครปเค้ก ออกไปเที่ยวหาเรื่องกินมาเล่าสู่กันฟังบ่อย ๆ เพื่อนตั้งฉายาให้ว่าเป็นคนคอสูง นึกว่าเขาชมรสนิยมการกินดี ที่แท้คอ..สูง
พลบค่ำที่พลับพลาชัย ก๋วยเตี๋ยวเอาถ่าน แอนคั่วไก่ แถวแยกพลับพลาไชย ตกเย็นกลายเป็นแหล่งของร้านขายก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ วันทั้งวันก็ไม่ขาย มาเริ่มต้นกันตอนเย็นเรื่อยไปจนดึกดื่น แต่ก่อนต้องเดินเข้าไปนั่งกินในซอย เดี๋ยวนี้มีร้านขยับมาเปิดเป็นตึกติดแอร์อยู่ริมถนน แต่บรรยากาศการคั่วก๋วยเตี๋ยวที่หลังร้านยังใช้เตาถ่านไฟแรงอยู่เหมือนเดิม เบื่อหรือไม่ชอบขี้หน้าไก่ ก็มีคั่วกุ้ง คั่วแฮม คั่วปลาหมึกกรอบให้กิน ครบเครื่องก็ต้องมีหนังไก่ทอด อายุมากขึ้นหมอชักเริ่มเตือนให้ระวังตัวว่า จะคั่วไก่หรือคั่วเด็กก็ไม่ดีต่อหัวใจทั้งนั้น
อิ่มแปลกทั้งแบบเก๋าและแบบเก๋ เต๋วไอเดีย จากเจ๊กเม้งถึงเจเอ็ม กลายเป็น Don't Miss. ของเมืองเพชรบุรีอีกแห่ง ที่มากกว่าการเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวไปแล้ว หยิบความเก๋าของก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจีกเม้งที่ขายยาวนานมากว่า 50 ปี ผสมผสานให้กลมกลืนเข้ากับความคิดของคนรุ่นใหม่ที่เพิ่มเติมความเก๋ ด้วยเมนูแปลกอย่าง บะหมี่ไข่เจียวปูราดซอสน้ำตาลโตนด ก๋วยเตี๋ยวต้มยำกุ้งน้ำข้น ราดหน้าเย็นตาโฟ เลยสั่งมาลองทั้งความเก๋าและความเก๋ สาวสาวโต๊ะข้างเคียงเห็นเข้าถึงกับออกปากเป็นสำเนียงญี่ปุ่นว่า กิน-จุ-จัง
คนกะพุงที่คุ้งกะพง หาดเจ้าสำราญ-ปึกเตียน เพชรบุรี ถนนจากหาดเจ้าสำราญที่จะไปหาดปึกเตียน เหลียวไปเห็นร้านอาหารอยู่ในคุ้งน้ำชื่อ คุ้งกะพง คนกะพุงถึงกับเหยียบเบรกจอดรถเข้าไปหาที่นั่งรับลม ปล่อยตัวเองให้ไร้สาระมานาน ได้เวลาที่จะต้องเติมสาระเข้าท้องที่ขยายไซ้ส์ได้ความเป็นพุงเพิ่มมากขึ้นทุกที เริ่มต้นจากปลากะพงทอดน้ำปลา ต่อด้วยหอยแครงเผา ปลาหมึกทอดกระเทียมพริกไทย ผัดบล็อกเคอรี่เต้าหู้ไข่ ต้มส้มปลาหมึกไข่ ตบท้ายด้วยจานเด็ดที่ทั้งหน้าตาและรสชาติเป็นสับปะรดแบบไม่มีใครเถึยง
แวะหาดเจ้าเข้าปึกเตียน อยากได้รูปร้านสวย กินแก้ขวยที่เดอะเบส แวะไปอัพเดทหาดเจ้าสำราญที่เดี๋ยวนี้มีตู้เอทีเอ็มและเซเว่นอีเลฟเว่นแล้ว เลยไปอีกหน่อยก็ถึงหาดปึกเตียน เจอร้านอาหารสวยสวย เดินเข้าไปหามุมถ่ายรูปจนสะใจ เห็นน้องน้องในร้านจ้องดูจนค้อน ยอมแก้ขวยเรียกหาเมนู สั่งอาหารแบบจิ๊บจิ๊บมาบำเรอท้องสองจาน จบแล้วทำท่าจะจอด เลยหามุมสงบเก้าอี้ยาวนั่งดูพระอภัยเป่าปี่กับนางผีเสื้อในทะเล เพลินหลับฝันถึงนางผีเสื้อคว้าหมับจับปี่พระอภัยถึงกับเหงื่อตก กินหอยลายเมื่อไรเป็นได้ฝันเป็นปี่เป็นขลุ่ยทุกที
ห้าสิบบาทกับ แดง เหลือง หลากสี ที่ซานโตรินีพาร์คชะอำ ชอบดูอะไรฟรีฟรี แต่ครั้งนี้ยอมจ่ายค่าเข้าดูซานโตรินีพาร์คชะอำ Outlet Mall ที่เอาที่พักผ่อน สวนสนุก ร้านอาหาร มาใส่เข้าไว้ด้วย กับโทนสีขาว-ฟ้าแบบบ้านเรือนบนเกาะซานโตรินีที่กรีซ แต่คนที่ไปดูจะสนใจถ่ายรูปมากกว่าสินค้าในร้าน เครื่องเล่นที่วี้ดว้ายสุดน่าจะเป็นแคปซูลที่ถูกโยนขึ้นไปในอากาศ พอจะมีงานศิลปะปอปอาร์ทให้เสพบ้าง แนวเดียวกับงานของ Niki de Saint Phalle ผู้หญิงที่มีจิตวิญญาณของการขบถ เจอกับหลากหลายสี ทำให้ได้อารมณ์แบบเมืองแฟชั่น
ความสุขใต้เงาร่มของคนง่ายง่ายกับซีฟู้ดริมถนนชายหาดชะอำ พาชีวิตหลบสิ่งวุ่นวายไปนอนที่ชะอำ ประสาขาประจำของนายซาตร์คนที่ว่า Man is condemned to be free. มีติดตัวไปแค่เสื้อยืด ขาสั้น รองเท้ายาง อย่างคนง่ายง่าย ชอบโรงแรมนี้เพราะมีหัวใจแช่อยู่ในอ่างน้ำ นึกอยากกินซีฟู้ดออกไปหาแผงข้างถนนฝั่งหาด นั่งนอนอยู่ที่เตียงผ้าใบเพลินมองดูร่ม นึกถึงเพลงร่มสีเทา..สุขที่เคยเดินทางตามหามานาน ไม่ได้ไกลแค่ไหน อยู่แค่นี้เอง.. ว่าแล้วมือซ้ายก็คว้าหอย มือขวาก็คว้าปู ให้สมกับที่เป็นพวกปากหอยปากปู
ตำรับมั่วทำกินเองวันหยุด กูช่ายทอดใส่ไข่กรรเชียงปู เมนูวันนี้ไม่ต้องไปหาร้านกินที่ไหน เพราะไม่เคยเห็นมีใครทำขายกัน อาศัยคิดมั่วทำกินเองในวันหยุดที่หยุดตัวเองไว้กับบ้าน ขี้เกียจออกไปนอกบ้านให้เปลืองค่าน้ำมันรถที่ขึ้นไปถึงลิตรละ 40 กว่าบาทแล้ว ตามประสาคนราศีพฤษภที่ชอบกิน ชิม ทำอาหารอยู่กับบ้าน ได้ของคาวมาแล้ว คราวนี้ก็ดิ้นรนหาเครื่องดื่มที่ให้ดูดีหน่อย ทำน้ำสตรอเบอรี่ปั่นแก้วเล็ก ๆ แต่งหน้าน้ำปั่นด้วยเนื้อสตรอเบอรี่ กินเสร็จออกอาการตาปรือ ไม่ให้เสียชื่อชาวพฤษภแท้ ๆ ที่อิ่มแล้วต้องนอน
ก๋วยเตี๋ยวสูตรโบราณซอยโปโล แห้งก็ดี น้ำก็ได้ แล้วตบท้ายด้วยต้มยำ มื้อกลางวันชอบเร่ร่อนหาก๋วยเตี๋ยวกิน วันก่อนเร่ไปเรื่อย ๆ จากแถวถนนสามเสน ทำไปทำมาร่อนไปจนถึงซอยโปโล ข้าง สน.ลุมพินี ซอยนี้มีร้านขายอาหารการกินเยอะ ทั้งข้าวต้มโปโลปากซอย ถัดเข้าไปก็ไก่ทอดเจ๊กี แต่วันนี้พาเดินลึกเข้าไปอีกหนอยไปกินก๋วยเตี๋ยวราคาไม่แพง แต่แน่นด้วยเนื้อหาและสาระเพียบ เจอแต่เครื่องประกอบจนมองแทบจะไม่เห็นเส้นในชาม เข้มข้นหน่อยก็ต้องเป็นต้มยำแห้ง ยิ่งกินกับกากหมูกรอบ ๆ อร่อยเข้ากันดีชะมัด
ฮกหลี เด็ดบะหมี่ ดีก๋วยเตี่ยวคั่ว ชัวร์เซ็งซิมอี๊ ที่แยกแคราย ค่ำค่ำขับรถผ่านไปแถวสี่แยกแคราย เห็นคนยืนรอต่อคิวซื้อก๋วยเตี๋ยวร้านตึกแถวข้างทาง ขนาดท้องยังไม่ว่างดียังแถรถชิดขอบถนนจอดลงไปดู เจอร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อฮกหลี ที่ขึ้นป้ายต่อท้ายว่าเป็นบะหมี่ฮ่องกง หน้าร้านยังมีชั้นวางขนมน้ำแข็งไสเซ็งซิมอี๊ มีของให้เลือกกินเกือบ 30 อย่าง เป็นอันว่างานนี้กระเพาะได้ทำงานหนัก ก็บะหมี่เขาใส่หมูอบน้ำผึ้ง เกี๊ยวกุ้งก็ใส่กุ้งเป็นตัว ก๋วยเตี๋ยวคั่วทะเลหอมฉุย ข้าวผัดแบบเม็ดข้าวสะดุ้งไฟกระโดดโหยง ล้างปากด้วยสลิ่มขนมปังเย็น
เขาต่อแถวทำอะไรหลังจากกินหมูย่างเกาหลีที่เกาหลี กินหมูกระทะที่บ้านเรายังพูดเต็มปากเต็มคำไม่ได้ว่ากินหมูย่างเกาหลี ก็เลยหาเรื่องไปกินหมูย่างเกาหลีที่ภัตตาคารเกาหลีในประเทศเกาหลี ทั้งเกาทั้งหลีขนาดนี้ก็ต้องเขื่อว่าเป็นหมูย่างเกาหลีแน่ ๆ หมูย่างเกาหลีนั้นถูกใจวัยมันเพราะเป็นหมูติดมัน ส่วนเครื่องเคียงแบบเกาหลีที่จัดไว้ให้ก็พอกินได้ แต่ไม่เด็ดเท่ากินกับกระเทียมสดและน้ำจิ้มสุกี้ที่ติดตัวไป จนต้องบอกว่าชองมัลมาซิดซึมนิดา-อร่อยมาก กินจนหมดความสามารถที่จะนำเข้าแล้ว แต่หลังจากนั้นเขาไปต่อแถวยาว ๆ ทำอะไรกัน
คนกินจุไปเรียนทำกิมจิ เป็นคนกินจุอยู่ที่เมืองไทยดี ๆ นึกอยากจะทำกิมจิเป็นกับเขาบ้าง เผื่อจะเอาใจทำให้คนที่บ้านกิน ยอมควักเงินตีตั๋วเครื่องบินไปเรียนทำกิมจิถึงเกาหลี ได้สูตรส่วนผสมมาไม่ขาดไม่เกิน แล้วยังได้รู้ว่ากิมจิของแต่ละฤดูก็หน้าตาไม่เหมือนกัน แต่กินฤดูไหนก็มีประโยชน์ทั้งนั้นเพราะทำมาจากผัก ซึ่งขัดกับคตินิยมของคนกินจุที่ว่า กินอิ่มนอนอุ่นหุ่นไม่เกี่ยว งานนี้หมดไปหลายตังค์ถึงได้ความรู้เรื่องการทำกิมจิกลับมา ทำแค่ให้คนในบ้านกินกันก่อน แต่ทำไมจนถึงเดี๋ยวนี้ก็เห็นยังออกไปซื้อกิมจินอกบ้านกลับเข้ามากิน
ปี๊ดขึ้นไปถึงสะเมิง อยากแยงโป่งตอนตาม“บี้”ไปกินข้าวที่โป่งแยงแอ่งดอย จะออนไปถามบี้ สุกฤษฎิ์ ว่ากินอะไรถึงหล่อและเก่งก็กลัวจะไม่ตอบ พอรู้ว่ามีป้ายบี้แนะนำอาหารอยู่ที่ร้านโป่งแยงแอ่งดอย แม่ริม เชียงใหม่ ก็เลยคิดจะตามไปบี้ เอ๊ย..ตามบี้ไปลองกิน เผื่อกินแล้วจะปิ๊งป๊างเข้าตาเจ๊ม้าบ้าง แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เข้าประกวดเดอะสตาร์ ก็ขอคะแนนโหวตเป็นเดอะชราก่อน ไปถึงบ่ายสองสิบห้าเจอป้ายขออภัยที่นั่งเต็ม รู้สึกปี๊ดขึ้นอยากจะหาอะไรไปแยงโป่งแก้ผิดหวัง อาศัยลูกอ้อนอู้กำเมือง หวิดไม่ได้โต๊ะ แต่ได้ ต อื่นแทน
เดินวัวลาย กินรายทาง ถนนคนเดินวันเสาร์ที่เชียงใหม่ ไม่ได้ขายแต่ของใช้ ของกินก็มีขายกันตั้งแต่หัวถนนไปจนท้ายถนน เดินช่วงเย็น ๆ ค่ำ ๆ ไม่ต้องกินอะไรไปก่อน เดินชมไปชิมไปเดี๋ยวก็อิ่มเอง เริ่มต้นด้วยของปิ้ง ย่าง และทอดที่ส่งกลิ่นไปก่อกวนน้ำย่อยและเรียกน้ำลาย ตามด้วยอาหารเมืองทั้ง ไข่ป่าม ไข่คว่ำ เมี่ยงตะไคร้ ข้าวจี่ ข้าวกั้นจิ้น กระบองทอด แกงโฮะ และไส้อั่ว ยิ่งกว่าธงฟ้าก็ต้องเป็นก๋วยเตี๋ยวราดหน้าราคา 5 บาท ที่ยังหากินได้ ผลไม้ล้างปากเป็นสตรอเบอรี่คลุกพริกเกลือ ก่อนเพิ่มคุณภาพปากด้วยขนมลิ้นหมา
มีแต่คนเดินกันอยู่ทั่ว แต่ถนนชื่อวัวลาย ย่านถนนที่ฝรั่งเรียกว่า Silver Village เดี๋ยวนี้ทุกวันเสาร์เขาปิดถนนให้คนเดิน ตั้งแต่เย็น ๆ ไปจนดึก โดยคนแถว ๆ นั้นจะทำของใช้และของกินที่เป็นงานฝีมือเอามาขายกัน ส่วนจะใช้หรือกินได้หรือเปล่าต้องไปเดินดูด้วยตัวเอง มีของวางขายกันตลอดความยาวของถนน 1 กม. ยังไม่รวมแยกตรอกซอกซอยและในวัด เดินดูก็เพลินแล้วกับความคิดที่ประยุกต์สินค้าให้กลมกลืนกับยุคสมัย แต่มีกลิ่นไอของความเป็นพื้นบ้านและพื้นเมืองล้านนา แวะซื้อถุงผ้าใส่ของมีข้อความแสบ ๆ คัน ๆ หัวใจพิลึก
ครั้งหนึ่งกับ 1001 Arabian Night ในเวียงจุมออน คุ้นกับหนังผีเกาหลีเรื่อง จูออน ไปเจอตึกแถวสีชมพูริมแม่น้ำปิงที่เชียงใหม่เขียนชื่อร้านว่า Vieng Joom On นึกว่าชื่อเวียงจูออน กว่าจะนึกได้ว่าจุมออนคือสีจมปู ก็ผลักประตูเดินเข้าร้านไปแล้ว ก่อนจะออกอาการตะลึงชากับสร้อยต่อท้ายชื่อร้านว่า Teahouse ด้านหน้าขายชา ด้านหลังติดแม่น้ำขายน้ำชา เฉียดสะพานจันทร์สมที่สร้างเป็นอนุสรณ์ความรัก เหมาะจะพาฟุบุ๊ฟุบุ๊ไปนั่งจิบชามองตากันให้โรแมนติก กินขนมแกล้มสูงสามชั้นกับชาอาหรับราตรี จนกลายร่างเป็นอาหลับกลางวัน
จะไม่ยอมให้เธอเป็นแค่ทางผ่าน..ข้าวแฝ่ ยังเกิดทันให้คนรุ่นพ่อได้สอนให้รู้ว่าคนสมัยก่อนเรียกกาแฟว่า ข้าวแฝ่ ก็เลยรู้ความหมายเมื่อมีคนเอามาตั้งชื่อร้านขายกาแฟ อาหาร และของที่ระลึก ตกแต่งทำร้านให้ดูสวย เดิ้น คลาสสิค มีสกุล แบบเรือนไม้สไตล์ล้านนาประยุกต์ อยู่ที่แม่แตง เชียงใหม่ วิ่งรถผ่านไปเห็นถึงกับเหยียบเบรกแวะเข้าไปเดินดูเรือนสวย ๆ ที่เย็นร่มรื่นอยู่กับต้นไม้และบ่อปลาคาร์พ คงไม่ดีถ้าจะเดินดูฟรี ก็เลยต้องมีสั่งอร่อยจานเด็ดมากินแก้เขิน สุดท้ายทำใจไม่ได้กับถ้อยคำที่ว่า อย่าให้ฉันเป็นแค่ทางผ่าน
เจอสวนส้มเดี่ยวนี้ต้องมีแวะ ชม แชะ ชิม ช้อป เต็มจ๊อบเที่ยว สวนส้มเดี๋ยวนี้ต้องแต้มเติมสีสันชวนคนเข้าไปเที่ยว รับคนรุ่นใหม่ที่ไม่ยึดติด คิดไว เปลี่ยนใจเร็ว ขับรถผ่านไชยปราการ ฝาง แม่อาย ไปถึงบ้านท่าตอน ถ้ายังไม่ได้แวะสวนส้ม เลยข้ามแม่น้ำกกไปอีกนิดเดียวมีสวนส้มแทปกับสวนส้มธนาธรอยู่ ไปดูแล้วจึงรู้ว่าผลไม้อย่างส้มไม่ได้ปราบเซียนไปเสียทุกที่ ทุกวันนี้ยังเหลือเซียนที่ทำให้ราคาส้มขยับสูงขึ้นไปได้เรื่อย ๆ เที่ยวสวนส้มให้เต็มจ๊อบต้องครบ ชม แชะ ชิม ช้อป แต่บางคนยังบอกว่าได้ไปแค่ชิมส้มชมส้วม
เมื่อหมอกหายก็ได้เห็นสมานฉันท์ ไหว้พระธาตุ 12 ปี พระเจดีย์แก้ว วัดท่าตอน วัดนี้อยู่บนเขาริมแม่น้ำกก มีห้องให้พักระดับรีสอร์ท ความสูงของเขามีอยู่ 9 ชั้น แต่ละชั้นก็มีอะไรให้ดูต่างกันไป ขึ้นไปชั้น 8 มีพระเจดีย์แก้วที่เป็นอลังการงานสร้าง เดินขึ้นสะพานสายรุ้งบนตัวมังกรไปไหว้พระธาตุ 12 ปีเกิด ก่อนต่อไปไหว้พระบรมสารีริกธาตุ ที่นี่มีทั้งมังกรเงินและทองซึ่งเป็นมังกรทั้งหัวและท้าย ไม่มีพวกหัวมังกุปะปน ขึ้นไปใหม่ ๆ มีหมอกตรึม สายเข้าหน่อยหมอกจาง อะไรที่บดบังตาและใจก็หายไป สมานฉันท์ก็เลยโผล่มาให้เห็น
เย็นยะเยือกหกองศาไม่ขยาด กินนอนอยู่อย่างธรรมชาติบนอ่างขาง บอกคนที่บ้านว่าจะไปเชียงใหม่ขึ้นดอยอ่างขาง ตั้งใจจะไปกินอยู่นอนอย่างคนที่โหยหาธรรมชาติ ซึ่งนอกจากจะออกวีซ่าอนุญาตให้แล้วยังจัดของกินใส่รถมาให้อีกตรึม ไม่ได้บอกว่าธรรมชาติที่ว่าเป็นชื่อของรีสอร์ทระดับติดดาวของดอยอ่างขาง ชื่อฝรั่งว่า Angkhang Nature Resort ที่เตียงมีเครื่องทำความอุ่นไม่ต้องห่วงกับอุณหภูมิที่ลดลงเหลือ 6 องศา ปกติคนที่บ้านจะไม่ปล่อยให้ไปหาธรรมชาติที่ไหน เพราะอยู่บ้านก็มีความขี้เกียจเป็นธรรมชาติอยู่อย่างหนึ่งแล้ว
ขึ้นอ่างขางทางเลาะเลี้ยวเที่ยวไม่ทันกิน ไปเชียงใหม่กลัวเสื้อกันหนาวที่เตรียมไปจะไม่ได้ใช้ ขึ้นดอยอ่างขางตามหาความหนาว กะว่าจะไปกินข้าวเที่ยงที่สโมสรอ่างขางที่มีอาหารทั้งปลาเทร้า ปลาสเตอร์เจียน เป็ดอี้เหลียง หมูจินหัว ขับรถแวะไปเรื่อย ๆ ตามอารมณ์ ตั้งแต่ตลาดบ้านห้วยลึก ไร่องุ่นเคียวโฮและพุทรานมสดจุ่นจันทร์ สวนสตรอเบอรี่ภูชิต ตรวจแถวนางพญาเสือโคร่ง ตลาดดอยอ่างขาง เข้าไปในสถานีเกษตรหลวงยังแวะดูเรือนดอกไม้ สวนบอนไซ สวน 80 กว่าจะถึงจุดหมายที่ตั้งใจก็บ่ายสองโมงครึ่ง ก็เลยได้เที่ยวแต่ไม่ทันกิน
หลบอยู่ในซอย คนยังยืนคอยโต๊ะ ข้าวต้มเพ่งเพ้ง บางลำพู ในยุคเจเนอเรชั่น 3 มีคนบอกว่าร้านนี้ขายมานานเกินกว่า 60 ปีแล้ว แต่ที่ได้ไปกินมาก็นับเวลาได้แค่ประมาณ 15-16 ปี ร้านข้าวต้มธรรมดา ๆ หลบตัวอยู่ในซอยแคบ ๆ แถวถนนพระสุเมรุ บางลำพู ตกเย็นคนเข้าไปกินจนต้องยืนรอโต๊ะกันตอนช่วงหัวค่ำ คนทำอาหารหยิบเอาเป็ดย่าง เป็ดพะโล้ ขาหมู เอาไปทำยำหรือผัดกะเพราขาย แม้แต่ต้มจับฉ่ายก็ยังเอาไปยำ สั่งกับข้าวไป 14 จาน จ่ายแบงก์พันไปยังมีทอน กลับเข้าบ้านอ่อนแรงหลับผล็อย ถูกเยาะว่าหมดแรงข้าวต้ม
หลบหนาวน้ำไปกินปูดูทะเลที่หาดน้ำหนาว สัตหีบ เพื่อนฝูงชอบว่าเป็นคนเกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลไปสุพรรณ ช่วงนี้ลมหนาวมาแล้ว เช้า ๆ โชยกลิ่นน้ำเน่าที่ท่วมบ้านชวนให้หนาวอารมณ์ เลยหนีน้ำไปชลบุรี ขับรถเลยไปถึงสัตหีบ แวะไปหาข้าวกินที่หาดน้ำหนาว ทางเข้าไปบ้านช่องแสมสาร ที่นี่มีบ้านพักรับรองของทหารเรือติดแอร์ให้นอนคืนละแค่ 500 บาท ร้านอาหารก็รับลมอยู่ติดทะเล นึกถึงน้ำท่วมเกิดอยากกินปู ก็เลยต้องสั่งมานั่งกินปูดูทะเล เคี้ยวกินปูอย่างละเอียด ไม่รู้ว่าเกิดเข็ดเขี้ยวเคี้ยวฟันตั้งแต่เมื่อไร
เดินตลาดจักจั่น ช้อปไอเดียกระฉูด กินมันนี่กระจาย ไปหัวหินถ้าตรงกับช่วงวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ยังมีตลาดให้เที่ยวเดินอีกแห่งหนึ่ง เป็นตลาดกลางคืนที่เปิดตั้งแต่สี่โมงเย็นไปจนถึงสี่-ห้าทุ่ม ชื่อว่า ตลาดซิเคด้า Cicada ที่แปลว่า จักจั่น ผู้ขับลำนำแห่งแสงจันทร์ ตลาดนี้อยู่นอกตัวเมืองหัวหิน ช่วงปากทางเข้าไปเขาตะเกียบ แนวตลาดออกไปในทางที่ตอบสนองต่อกลุ่มคนหัวใหม่ พวกติสต์ หรือคนที่ใช้ชีวิตแบบอิสระ แอคติวิสต์หัวโบราณที่ยัง Stay hungry, stay foolish เดินแล้วก็ได้แค่กลิ่นไอของความเป็นแคปิตัลลิสต์กลับมา
ยอมให้เขาชวนข้ามช่องเม็กไปกินข้าวมื้อกลางวันข้างส้วมที่ปากเซ ไปทำงานแถว ๆ ช่องเม็ก ชายแดนไทย-ลาว ที่อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี งานเสร็จแต่หัววัน มีคนชวนข้ามแดนเข้าไปกินข้าวมื้อกลางวันข้างส้วมที่นอกเมืองปากเซ อาหารข้างส้วมที่ได้กินมีทั้ง ปลาทอดน้ำปลา หมูทอดตะไคร้ น้ำพริกแจ่วหมากเด่นกับผักสด ต้มยำไก่ ผัดหมากสะเวอใส่ไข่ ลาบหมู ของหวานเป็นลูกสำรอง ก็เลยได้รู้ว่าส้วมลาวน่าดูกว่าส้วมไทย ก่อนกลับแวะอุดหนุนสินค้าของคุณนายดาวเรืองสักหน่อย เห็นใจว่าบ้านยังมุงหลังคาและทาสีไม่เสร็จสักที
เสียเงินขี่เรือบินไปลองกิน กระดูกอู๋ซี หมูค้างปี กับไก่ขอทาน ได้ยินชื่อมานานเรื่องอาหารจีนแถว ๆ เซี่ยงไฮ้และเมืองใกล้ ๆ ที่เรียกกันว่า ซี่โครงหมูอู๋ซี หมูพันปี ไก่ขอทาน รวมไปถึง เซี่ยวหลงเป่า ยอมควักกระเป๋าตีตั๋วขี่เรือบินไปลองกินให้ถึงที่ จะไปหากินเองก็กลัวไปไม่ถูก เอาง่ายเข้าว่าก็เลยใช้ซื้อทัวร์เพราะสบายดี ไปแค่ 3-4 วัน แต่รู้สึกเหมือนเป็นการเดินทางที่หนักหน่วง ก็ขนมาให้กินทั้งหมูสามชั้น ขาหมูพะโล้ หูฉลาม เป็ดย่าง ไก่นึ่ง ไก่ตุ๋น ไก่ย่าง ปลานึ่ง ปลาทอด เต้าหู้ ตัวก็เลยทั้งหนักทั้งหน่วงเพราะกินเข้าไปจนเต็มเหนี่ยว
ไปเมืองจีนเผลอนวดฝ่าเท้าเสียค่ายา เจอลูกสาวเถ้าแก่มาเสียค่าหยก มีคนจับเอาคำว่า หยก ยา ชา ไหม มุก มาเรียงต่อกัน ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวภาคบังคับของคนซื้อทัวร์ไปเมืองจีน แต่ละที่ก็มีลูกเล่นการขายของตัวเองแตกต่างกันไป ด้วยการจูงใจทั้งด้านสรรพคุณและการลดแลกแจกแถม จะยอมเสียเงินหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความใจแข็งและเงินในกระเป๋าของลูกค้า เจอเด็กนวดฝ่าเท้าให้หน่อย ถึงกับยอมให้หมอแมะสั่งยาจีนให้ราคาเป็นหมื่น หรือเจอลูกสาวเถ้าแก่โรงงานหยกมาเองใจป้ำลดระห่ำเลยควักเงินซื้อไปอีกเป็นแสน
ส่งความสุขปีใหม่จีนให้ด้วยเจ้าแม่กวนอิมที่ทั้งสูงและทั้งสวยจากเมืองซูโจว ส่งความสุขวันตรุษจีนมาให้ด้วยเรื่องราวของเจ้าแม่กวนอิม จากวัดฉงหยวน เมืองซูโจว ประเทศจีน วัดนี้อยู่ริมทะเลสาบหยางเฉิง แถว ๆ ที่เขาไปกินปูขนกันในช่วงฤดูหนาว มีอายุกว่า 1,500 ปี แต่ปฏิสังขรณ์ใหม่ทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เริ่มเปิดให้คนเข้าชมเมื่อปลายปี 2550 วิหารเจ้าแม่กวนอิมอยู่บนเกาะกลางทะเลสาบ องค์เจ้าแม่ทำจากทองสำริดสูงถึง 33 เมตร หนัก 80 ตัน ไม่ได้สูงอย่างเดียว แต่ยังสวยด้วย จนรับรู้ได้ถึงความเมตตากรุณาที่ท่านมีให้
ร้อยเดียวเที่ยวทั้งกรุง นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ รู้ได้ในวันเดียว ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ พอจะรู้ว่ากรุงเทพฯ หรือกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นชือเมืองหลวงของไทยมาตั้งแต่ปี 2325 แต่ไม่ค่อยจะได้รู้เรื่องราวในช่วง 227 ปีที่ผ่านมามากนัก พกเงินติดตัวไปร้อยบาทเอาไปซื้อตั๋วเข้าชม นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ที่ถนนราชดำเนินกลาง มีตั๋วแล้วก็เดินดูได้ทั้งวันและทั้งตึก 4 ชั้น เขาจัดแสดงนิทรรศการเรื่องย้อนยุค แต่เอาเทคโนโลยีล้ำยุคมาใช้ หมดวันลงมาเดินต่อดูงานที่ลานพลับพลาฯ มีของกินและงานฝีมือแบบชาววัง ยอมควักซื้อข้าวโพดคั่วยี่สิบบาท