Please wait while JT SlideShow is loading images...
www.chaiyaprukthailand.comทุ่งดอกกระเจียว สุพรรณบุรีดอยผาตั้ง เชียงรายบางใหญ่ นนทบุรีหมู่เกาะตะรุเตา สตูลหอคำ เชียงใหม่น้ำตกแก่งโสภา พิษณุโลกวัดศรีชุม สุโขทัยโขงเจียม อุบลราชธานีสังขละบุรี กาญจนบุรีเกาะหลีเป๊ะ สตูลสวนแม่ฟ้าหลวง เชียงรายพุหางนาค สุพรรณบุรีผามออีแดง ศรีสะเกษเกาะช้าง ตราดเขาค้อ เพชรบูรณ์พุทธอุทยานดอยช้าง เชียงรายเกาะลันตา กระบี่วัดพุทไธศวรรย์ อยุธยาทะเลหมอก ปายสระมรกต กระบี่หินตาหินยาย สมุยทะเลบัน สตูลสถาบันทักษิณฯ สงขลาแก่งส้มแมว ราชบุรีหัวหิน ประจวบฯทุ่งทานตะวัน เชียงใหม่เขื่อนรัชประภา สุราษฎร์ธานีอ่าวนาง กระบี่กรุงเทพฯ พฤษภาคม 2553
ค้นหา
แบ่งปันให้เพื่อน
AddThis Social Bookmark Button
ออกเสียงลงคะแนน
ชอบอะไรข้างในบ้านหลังนี้
 
ใครอยู่ในบ้าน
เรามี 26 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เกี่ยวกับตัวเลข
สมาชิก : 336
Content : 680
เว็บลิงก์ : 7
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 946882
ถูกใจกด Like

เรื่องของความใหญ่นี้มีกันอยู่หลายขนาดที่คุ้ยเอาขึ้นมาคุยข่มกันได้ไม่รู้จบ มีตั้งแต่ใหญ่คับฟ้าเทวดายังกลัว ใหญ่คับเมืองแบบที่บางทีก็ใหญ่จนลืมว่าตัวเองเป็นลูกใคร ใหญ่คับซอยก็ลดระดับลงมาอีกหน่อย ส่วนใหญ่ก็จะชอบถามแบบลืมไปว่าตัวเองเป็นใคร ใหญ่คับบ้านก็คนที่มีบทบาทในการควบคุมพฤติกรรมของทุกคนในบ้าน ส่วนตัวคนเขียนเองก็ใหญ่เหมือนกัน แต่เป็นแบบที่ใหญ่คับกางเกง นี่ก็เตรียมจะเปลี่ยนรุ่นกางเกงที่ใส่จากเอว 36 เป็นเอว 38 เพราะเริ่มรู้สึกคับจากความใหญ่ที่เพิ่มขึ้นอยู่เรื่อย ๆ นี่เอง

ผ่านไปทำงานทางสุพรรณบุรีมา ได้เวลาหิวกินข้าวเที่ยงพอดี สมาชิกในรถลงมติเห็นพ้องกันเองโดยไม่ยอมถามความสมัครใจของคนที่ทำหน้าที่ขับรถ ว่าจะหิ้วท้องไปก่อนเพื่อที่จะไปหาอะไรกินกันที่ร้านแม่บ๊วย บางปลาม้า ซึ่งจากสุพรรณบุรีก็ใช้ทางหลวงหมายเลข 340 วิ่งย้อนมาทางอำเภอบางปลาม้า ไม่ถึง 10 กม.ดี ก็เลี้ยวขวาตรงทางแยกที่จะเข้าตัวอำเภอบางปลาม้า เข้าไปประมาณ 100 เมตรเศษ ทางซ้ายมือก็จะเจอร้านแม่บ๊วยซึ่งเป็นร้านค่อนข้างใหญ่โต เป็นทั้งร้านขายอาหารและขายของฝาก เลี้ยวรถจอดได้ที่หน้าร้าน

คนต่างถิ่นที่ผ่านไปแวะหาข้าวกินที่บางปลาม้า ส่วนใหญ่ถ้าไม่แวะมากินที่ร้านแม่บ๊วยร้านนี้ ก็มักจะไปกินที่ร้านชื่อกุ่ยหมงซึ่งเป็นตึกแถวอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนเยื้อง ๆ กัน อาหารจานที่ต้องสั่งมาลงโต๊ะเหมือน ๆ กันก็คือ กุ้งทอดเกลือ ส่วนร้านไหนจะปรุงรสชาติออกมาได้ถูกปากถูกใจกว่ากัน ก็ขอให้เป็นเรื่องที่แล้วแต่ชอบของคนที่จะไปกิน อย่าได้ถกเถียงกันให้เสียอรรถรสของกุ้งแม่น้ำที่วางรออยู่ตรงหน้า ถ้าคิดอยากจะไปลองก็คงจะลองได้แค่คราวละร้าน เพราะกุ้งแม่น้ำแถวนี้ตัวใหญ่มาก คิดจะสั่งมาลองคราวเดียวทั้งสองร้านคงกินไม่ไหว

คงไม่ต้องเล่าประวัติหรือเท้าความถึงแม่บ๊วย และขนมสาลี่ที่เป็นต้นตำรับของสาลี่สุพรรณ เหมือนกับที่คนอื่นเขาเขียนถึงกัน เพราะเป็นแค่พวกที่พอหัวใจเกิดความอยาก ก็จะชอบออกไปตระเวนหาที่กินข้าวนอกบ้าน ไม่ได้มีความรู้จักคุ้นเคยกับร้านไหนเป็นส่วนตัว มื้อนี้มีกล้องติดมืออยู่ด้วย ก็เลยได้เก็บภาพเอามาเล่าทำให้เป็นเรื่อง จานแรกที่สั่งเป็นหนึ่งในอาหารที่ขึ้นชื่อของร้านคือ หมี่กรอบ แยกผักออกต่างหากอย่างนี้ เด็กที่ไม่ชอบผักก็กินได้ ไม่ต้องเมื่อยคอยเขี่ยออก

เป็นจานที่เห็นสั่งกันแทบจะทุกโต๊ะ เพราะเป็นอาหารที่จะสั่งมากินเล่น ๆ ก็ได้ หรือจะกินจนอิ่มท้องเลยก็ได้เหมือนกัน หมี่กรอบที่นี่นอกจากจะใส่กุ้งสดเป็นตัวแล้ว ยังใส่แคบหมูเพิ่มความกรอบคลุกเคล้ามาด้วย รสชาติของหมี่กรอบได้ความหวานปนความเปรี้ยวจากน้ำมะขามเปียก

ผักเคียงนอกจากถั่วงอกดิบ ใบกุยช่าย แล้วก็มีกระเทียนโทนดอง

ห่อหมกเขาจะนึ่งขายให้ซื้อกลับบ้าน วางขายอยู่ในร้านขายของฝาก สั่งใส่จานมากินได้ กะทิมันย่อง รสชาติไม่เผ็ดร้อนมาก

ทอดมันปลากรายไม่ใช่พองฟูเฉพาะตอนลงกระทะทอดน้ำมัน พอยกขึ้นมาใส่จานเหลือเหี่ยวแฟบ เนื้อแน่น ๆ แบบนี้เคี้ยวหนึบปาก

ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน ใช้ปลาเนื้ออ่อนตัวขนาดนิ้วกลางมือทอดให้กรอบ ก่อนเอาลงไปผัดคลุกเคล้ากับเครื่องแกงฉู่ฉี่ ถ้ารีบกินไม่ปล่อยให้ทันเย็น ตัวปลาจะเคี้ยวกรอบกินได้จนหมดถึงหัว

เป็นจานที่เอาน้ำมันผัดเครื่องแกงคลุกกับข้าวสวยกินอร่อย เพราะรสออกหวานปนเค็ม ไม่เผ็ดพริกมาก แต่ได้ความร้อนของเครื่องผักสมุนไพรไทยมากกว่า

แกงป่าลูกชิ้นปลากรายยกมาเป็นแบบหม้อไฟสมัยใหม่ ข้างบนเป็นชามสแตนเลสวางมาบนเตาไฟแอลกอฮอล์ บางคนเห็นทีแรกแล้วตกใจนึกว่ายกมาให้เป็นแบบถังก้นลึก กลัวจะกินเข้าไปได้ไม่หมด

ลูกชิ้นปลากราย หรือปลาสับ ทำได้เหนียวนุ่มเคี้ยวหนึบ ไม่มีกลิ่นคาว เจอเข้ากับเครื่องแกงป่าให้ความร้อนกระตุ้นเลือดลมให้ไหลหมุนเวียนดี ร้านนี้ทำเครื่องแกงเหมือนเอาใจคนกรุงเทพฯ ที่ไม่ชอบกินเผ็ดจัด

มาถึงบางปลาม้าจะไม่สั่งมาก็จะกระไรอยู่ ต้มยำปลาม้าแบบน้ำใส ซดน้ำได้ความร้อนของเครื่องสมุนไพรและความเปรี้ยวของน้ำมะนาว เนื้อปลาหนานุ่มไม่เหลือกลิ่นคาว รายการนี้ยกมาเป็นแบบหม้อไฟ

ยังมาลงโต๊ะไม่หมด สั่งมากินทั้งทีก็ต้องให้พอเพียงกับน้ำหนักตัว ของดีมีชื่อของบางปลาม้าอีกอย่าง นอกจากปลาม้าแล้วก็ต้องเป็นกุ้งแม่น้ำนี่แหละ ตัวจะใหญ่หรือไม่ใหญ่ก็ดูได้จากที่เขาไม่เสิร์ฟใส่จาน สั่งมาแค่ 2 ตัว ผ่าซีกแล้วยังต้องจัดใส่ถาด แค่เนื้อตรงหนวดยังเป็นแท่งเท่านิ้วก้อยลูก

ไม่ต้องเอาไปปรุงแต่งรสอะไร ขอแค่เอาไปย่างไฟให้สุกพอให้มันตรงหัวกุ้งเดือดได้ที่สีออกส้มแดง เท่านี้ก็ได้ความหวานสดและเนื้อที่นุ่มหนึบกำลังดี

มันกุ้งกำลังร้อน ๆ ฉุยหอมอย่างนี้ได้เอาไปคลุกกับข้าวหอมสวย ต่อให้ตัวคุณหมอที่คอยตักเตือนให้บันยะบันยังเรื่องกินมายืนยกมือห้ามอยู่ข้างหน้า ก็คงขวางไม่อยู่แล้ว ตามมาด้วยเนื้อกุ้งขาว ๆ แน่น ๆ กับน้ำจิ้มซีฟู้ด ยากเกินที่จะห้ามใจให้คิดห่วงสุขภาพ คงจะต้องขอตามใจปากสักตัวสองตัวก่อน

ยกเอามายึดไว้ในจานทีละซีก ยังกินพื้นที่ไปแล้วตั้งครึ่งจานข้าว

ตามมาลงโต๊ะอีกถาดแล้ว คราวนี้ถาดใหญ่กว่าเก่า เป็นกุ้งแม่น้ำ 4 ตัว ผ่าครึ่งตัวเป็น 8 ซีก หน้าตาแบบนี้แหละที่เรียกว่า กุ้งทอดเกลือ ที่เกิดเป็นประเด็นอยู่บ่อย ๆ ว่า ร้านนี้กับร้านฝั่งตรงข้ามร้านไหนทำได้อร่อยกว่ากัน แต่เท่าที่สังเกตดูจากพวกนักถกเถียงในกลุ่มเพื่อน พาไปนั่งกินที่ฝั่งร้านไหนก็เห็นเก็บกินได้จนหายเรียบทั้งสองร้านนั่นแหละ

กุ้งทอดเกลือเป็นกุ้งที่เอามาผัดกับมันกุ้งจนน้ำนอง ปรุงให้มีรสเค็มด้วยเกลือ น้ำและเนื้อมันกุ้งที่ออกรสเค็มเอาไปคลุกข้าวหอมมะลิร้อน ๆ ก็กินอร่อย ของหวานล้างปากที่ร้านนี้ถ้าคิดจะสั่งพวกสละลอยแก้ว ก็ให้สั่งไว้แต่เนิ่น ๆ ไม่ใช่ของจะหมดหรอก แต่เขาเอาไปแช่แข็งจนมันแข็งเกินจะกิน สั่งไว้ก่อนเขาจะได้เอาออกมาตั้งให้น้ำแข็งมันละลาย

กินอิ่มจนคับปากคับพุงแล้ว คนในโต๊ะก็เริ่มขุดคุ้ยหาเรื่องเล่ามาช่วยย่อยอาหารในท้อง ชักเข้าที่ก็หยิบยกเอาเรื่องของความใหญ่ขึ้นมาคุยข่มกัน ในโต๊ะมีเพื่อนทหารสามนายคนละเหล่านั่งอยู่ด้วย คนที่เป็นทหารบกเริ่มคุยขึ้นก่อนว่ารถถังที่ตัวเองดูแลอยู่นั้น มีกระบอกปืนติดรถถังใหญ่ขนาดเท่าสนามฟุตบอล คนที่เป็นทหารอากาศขยับปากขย่มทับขึ้นทันทีว่าเครื่องบินที่ตัวเองดูแลนั้น ใหญ่ขนาดที่เวลาลงจอดล้อสองล้อจะอยู่ห่างกันคนละอำเภอ คนที่เป็นทหารเรือได้ทีตบท้ายข่มขวัญว่าเรือที่ตัวเองดูแลอยู่นั้นใหญ่ขนาดที่บรรทุกได้ทั้งรถถังและเครื่องบินของเจ้าเพื่อนทั้งสองคนได้

ยายที่ขายของอยู่แถวหน้าร้านเข้ามานั่งหลบร้อนอยู่ใกล้ ๆ โต๊ะ คงได้ยินเข้าแล้วออกอาการรำคาญในความใหญ่นักใหญ่หนาของแต่ละคน ยายก็เลยหันมาบอกว่า แล้วเมื่อไหร่คุณสามคนจะมาเอา รถถัง เครื่องบิน และเรือ ออกไปจากใต้ถุนบ้านยาย เสียที

งานชักจะกร่อยแล้วเลยเรียกเก็บเงินดีกว่า งานนี้จ่ายค่าเสียหายเป็นค่าอาหาร น้ำดื่ม น้ำแข็ง น้ำชากาแฟ และของหวาน ไปสองพันห้า ด้วยความหน้าใหญ่

เก็บเอาเรื่องมาเขียนเล่าจัดเตรียมภาพจะโพสต์อยู่แล้ว ก็มานั่งฉุกคิดว่ากลางวันนี้จะไปหาข้าวกินที่ไหนดี เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าทั้งเนื้อทั้งตัว เหลือเงินติดกระเป๋าอยู่แค่สี่สิบ !!!

ชัยพฤกษ์ / 11 พฤษภาคม 2553

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช